เมื่อ 'หนึ่ง' ความฝันหลุดลอย Oct'29 2011
posted on 30 Oct 2011 00:00 by ghostwriter เมื่อเช้าผม ฝัน ........ผมตื่นเวลาตีห้า ตามเวลาที่ตั้งปลุกที่ตั้งไว้เหมือนเช่นทุกวัน แต่วันนี้ต่างออกไปร่างกายรอ่อนเพลีย เหมือนกับที่หัวใจกำลังเป็นอยู่ ผมไม่พูดพร่ำทำเพลงตัดสินใจในทันทีว่าจะลางานครึ่งวัน ถึงจะเจ็บแค่ไหนแต่ผมก็ยังมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ คิดได้ดังนั้นสมองและอวัยวะส่วนต่างๆในร่างกายก็แสดงให้ผมเห็นว่าพวกมันทำงานร่วมกันได้ดีแค่ไหน เมื่อล้มตัวลงนอนต่อ ผมจึงฝัน ฝันถึง เธออออ....เธอคนที่เพิ่งจากไป
เธอค่อยๆ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ.....เรียกชื่อผมด้วยสรรพนามที่เธอใช้อยู่บ่อยๆ และพร้อมกับพูดว่า ตื่นได้แล้วเดี๋ยวก็ไปทำงานสายหรอก............!!!! ผมตื่นในฝัน เห็นใบหน้าของเธอยิ้มมา รอยยิ้มที่คุ้นตา
ในความเป็นจริงผมแทบจะลืมตาในทันที โอววววว ผมฝัน ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีหรือไม่ที่เวลาผมเจออะไรแปลกๆผมมักจะถามตัวเองว่านี่มันความจริงหรือความฝันเพราะเหตุนี้ผมจึงไม่ค่อยนอนฝันร้ายและฝันดีอย่างสมบูรณ์เท่าไรนัก เช้านี้ผมพลาดกับการลิ้มรสฝันดี ผมคงคิดถึงเธอมากไป รีบมองไปที่นาฬิกาปลุกมันบอกเวลาแปดโมงเช้า ผมรีบลุกขึ้นจากเตียงเพื่อโทรไปลางานกับทางแผนก
ความฝันของคุณคืออะไร ????
Ans ====> เรียนเก่งๆ ได้เกรดสูงๆ จบมาจะได้มีหน้าที่การงานที่ดีๆ แล้วสร้างครอบครัวที่มีความสุข ณ ช่วงอายุหนึ่งผมว่าคนส่วนใหญ่คิดแบบนี้ โดยส่วนตัวผมว่านั่นไม่ใช่ความฝัน ผมว่ามันคือความจริงที่มีโอกาสเป็นไปได้ แต่ถึงจะบอกว่ามีโอกาสเป็นไปได้แต่มันก็ไม่ง่าย ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่เรียกว่าความฝันควรจะมีคุณลักษณะ แบบไหน ลองวิเคราะห์กันดู
1. มีความเป็นไปได้ต่ำ แทบจะเป็นไปไม่ได้ หรือ เป็นไปไม่ได้เลย
2. ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนบนโลกบ่อยๆ
3. ต้องใช้ความพยายามสูง
4. มีระยะเวลาที่ยาวนานมาเกี่ยวข้อง
และ 5. ยังไม่เคยเกิดขึ้นกับคนๆนั้น
ผมนึกไม่ออกแล้วล่ะ แต่ก็ยังสงสัยอยู่ดี ว่าสิ่งที่เรียกว่าความฝันแท้จริงแล้วควรจะมีคุณลักษณะแบบไหนกันแ่น่ ขอพักไว้ตรงนี้ก่อน
เมือหนึ่งความฝันหลุดลอย
ผมมีสิ่งที่เรียกว่า ความฝัน อยู่พอสมควรที่กล้าพูดแบบนี้ นั่นก็เพราะ ผมค่อนข้างให้น้ำหนักไปกับคุณลักษณะที่ว่า มันยังไม่เคยเกิดขึ้น เคยมีคนถามผมว่าตั้งแต่เกิดมามีเรื่องที่ภูมิใจบ้างมั้ย ผมใช้เวลาคิดครู่หนึ่งแล้วก็ตอบไปว่า ไม่มี ตอนนั้นเหตุผลก็คือ ผมไม่เคยดีใจแบบสุดๆ กับเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตแม้แต่ครั้งเดียว ฟังดูเศร้าๆแต่จริงนั่นก็เพราะ เรื่องที่คนอื่นๆ มองว่าประสบความสำเร็จ มันก็แค่ ความจริงที่มีโอกาสเกิดขึ้นหรือเป็นไปได้เท่านั้นเอง สิ่งที่ผมเรียกว่าเป็นความฝันมันยังไม่เคยเป็นจริง และที่น่าเศร้ากว่านั้น เมื่อวาน อีกหนึ่งควาฝันก็ได้หลุึดลอยไป มันเจ็บและเศร้าแบบสุดๆ ถึงเราจะจากกันด้วยดี แต่มันก็เศร้าเกินบรรยายมีหลายอย่างที่ผมสงสัยว่าทำไมมันเป็นแบบนี้ มีแต่ทำไม...ทำไม... ทำไม ....เต็มไปหมด และแล้ว เธอ ก็กลายเป็น ความฝันโดยสมบูรณ์แบบ
ทางเลือก
ในกรณีเช่นนี้ ผมว่าทางเลือกมันมีไม่มาก เจ็บ ล้ม นอนพักจนหาย รีบหายเจ็บ (โอ้วววว ทำได้ก็เมพ ขิงๆแล้วล่ะครับ) หรือ ลุกเดินต่อทั้งที่เจ็บ ผมพยามกลั้นใจเลือกข้อสุดท้าย ความเสียใจ ความเศร้ายังคงอยู่ แต่เธอคงไม่ต้องการให้ผมจมอยู่กับมัน ผมไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนกว่าจะหาย ดังนั้นการลุกเดินต่อน่าจะเป็นคำตอบที่สมเหตุสมผล ผมรู้ตัวดีว่าสมองผมมันมั่วไปหมด ไร้ซึ่งระบบระเบียบ หน่วง ฟุ้งซ่านและเพ้อเจ้อ ดังนั้นผมจึง ครีเอตตารางชีวิตขึ้นมา เมื่อก่อนผมเกลียดมันมาก ไม่นึกว่าในภาวะเช่นนี้มันจะช่วยได้ อย่างน้อยถ้าเราคิดอะไรไม่ออกก็ทำทุกอย่างไปตาม routine นั้นๆ ถึงจะเศร้าจะเจ็บแต่การเดินบน routine มันก็ยังนำตัวเองไปสู่ความฝั้นที่ยังเหลืออยู่ (special thanks to fb มา ณ ที่นี้ด้วย สำหรับพื้นที่ของ Routine ก็ผมเข้ามันบ่อยกว่าที่นี่นี่นา) ใช่สิ !!! ผมจะมัวเจ็บ มัวเศร้าอยู่ได้ยังไง ถ้าหนึ่งฝันหลุดลอย เรายิ่งต้องจริงจังกับฝันที่เหลืออยู่เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ถ้าไม่ก้าวไปข้างหน้าความฝันที่ยังเหลืออยู่ก็อาจหลุดลอยตามๆกันไป อย่างนั้นแล้วชีวิตนี้จะเหลืออะไร นอกจากความจริงล่ะ ????
edit @ 30 Oct 2011 00:50:14 by ghostwriter
edit @ 30 Oct 2011 09:01:01 by ghostwriter
edit @ 30 Oct 2011 21:54:18 by ghostwriter
edit @ 20 Nov 2011 11:08:29 by ghostwriter